1237 บริการนำเข้าสินค้าจีน-ไทย อย่างมืออาชีพ


กำลังโหลด กรุณารอสักครู่

บทความและข่าวสาร

นำเข้าสินค้าจากจีน เสียภาษีอย่างไรให้ถูกต้อง และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้จริง

ความกังวลอันดับต้นๆ ของผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือผู้นำเข้าสินค้าจากประเทศจีน คือเรื่อง "ภาษีนำเข้า" หลายคนกลัวการทำแบบถูกต้องเพราะคิดว่ายุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่ในความเป็นจริง การนำเข้าและเสียภาษีแบบถูกต้องตามกฎหมายไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง ปราศจากความเสี่ยงเรื่องการตรวจสอบย้อนหลัง แต่ยังเปิดโอกาสให้คุณใช้ "สิทธิประโยชน์ทางภาษี" เพื่อลดต้นทุนได้อย่างมหาศาลอีกด้วย

วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกโครงสร้างภาษีนำเข้า พร้อมวิธีใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ถูกกฎหมายและคุ้มค่าที่สุด

1. โครงสร้างภาษีนำเข้าจากจีน มีอะไรบ้าง?
เมื่อคุณนำเข้าสินค้าจากจีนผ่านพิธีการศุลกากรแบบถูกต้อง (แบบกิโลกรัมหรือเหมาตู้ที่ลงทะเบียนผ่านใบขนสินค้าขาเข้า) ภาษีหลักๆ ที่ต้องชำระมี 2 ส่วนสำคัญ ดังนี้:
  • อากรขาเข้า (Import Duty):
    o คำนวณจากราคา CIF (Cost + Insurance + Freight) หรือราคาของ + ค่าประกันภัย + ค่าขนส่ง
    o อัตราอากรขึ้นอยู่กับ พิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) ของสินค้าแต่ละประเภท เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า, เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง (อัตราภาษีมีตั้งแต่ 0% ถึง 30% ขึ้นไป)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%):
    o คำนวณจาก (ราคา CIF + อากรขาเข้า) x 7%
    o ข้อดีของ VAT นำเข้า: สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในไทย ภาษี VAT 7% ที่จ่ายให้กับกรมศุลกากรตอนนำเข้า ถือเป็น "ภาษีซื้อ" ที่สามารถนำไปหักลบกับภาษีขายประจำเดือน หรือขอคืนภาษีได้ตามกฎหมาย


2. วิธีใช้สิทธิลดหย่อนภาษีนำเข้าจีนเป็น 0% ด้วย "Form E"
รู้หรือไม่ว่า ไทยและจีนมีความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ซึ่งให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่สินค้าที่ผลิตและนำเข้าจากประเทศสมาชิก ทำให้สินค้าหลายประเภทสามารถ ลดหย่อนอากรขาเข้าเหลือ 0% หรือปรับลดอัตราภาษีลงได้
Form E คืออะไร? Form E (Certificate of Origin) คือ หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐบาลของจีน (เช่น CCPIT หรือ China Customs) เพื่อยืนยันว่าสินค้านั้นผลิตในประเทศจีนจริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
เงื่อนไขการใช้ Form E ให้ผ่านและลดภาษีได้จริง:
  • HS Code ตรงกัน: พิกัดศุลกากรใน Form E ต้องตรงกับพิกัดที่แจ้งกรมศุลกากรไทย และพิกัดนั้นต้องอยู่ในบัญชีรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิลดหย่อน
  • การขนส่งตรง (Direct Consignment): สินค้าต้องส่งตรงจากจีนมายังไทย หากมีการแวะเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะในประเทศอื่น ต้องมีเอกสาร Non-Manipulation Certificate ยืนยัน
  • ชื่อ-ที่อยู่ถูกต้อง: ข้อมูลผู้ส่งออก (Exporter) ในจีน และผู้สั่งซื้อ/ผู้นำเข้า (Importer) ในไทย ต้องถูกต้องตรงกับใบขนสินค้าและ Invoice


3. 3 ขั้นตอนเตรียมตัวนำเข้าสินค้า ให้เสียภาษีถูกต้องและประหยัดที่สุด
ขั้นตอนที่ 1: เช็ก HS Code และอัตราภาษีก่อนสั่งซื้อ
ก่อนโอนเงินให้โรงงานจีน ควรขอ HS Code ของสินค้าจากซัพพลายเออร์ แล้วนำมาตรวจสอบกับกรมศุลกากรไทยว่า สินค้านั้นมีอัตราอากรปกติกี่ % และหากใช้ Form E จะลดเหลือ 0% ได้หรือไม่
ขั้นตอนที่ 2: แจ้งโรงงานจีนออกเอกสาร Form E ให้ถูกต้อง
จัดทำ Invoice และ Packing List ให้เรียบร้อย แล้วแจ้งให้โรงงานจีนหรือเอเย่นต์ฝั่งจีน ดำเนินการออกหนังสือรับรอง Form E ล่วงหน้าก่อนที่เรือหรือเครื่องบินจะเดินทางมาถึงไทย
ขั้นตอนที่ 3: ออกใบขนสินค้าขาเข้าในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
เลือกนำเข้าและลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากร (Paperless) ในนามบริษัทหรือร้านค้าของคุณ เพื่อให้ได้เอกสารใบเสร็จรับเงินจากกรมศุลกากรอย่างถูกต้อง สามารถนำไปใช้เป็น "รายจ่ายทางภาษี" ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปีได้อย่างสมบูรณ์

สรุป: นำเข้าถูกกฎหมาย ธุรกิจเติบโตยั่งยืน
การนำเข้าสินค้าจากจีนและเสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ได้ทำให้ต้นทุนของคุณสูงขึ้นอย่างที่คิด หากคุณวางแผนใช้สิทธิประโยชน์จาก Form E และนำ VAT 7% ไปเคลมเป็นภาษีซื้อคืนได้ การทำถูกต้องจึงเป็นทางเลือกที่ "คุ้มค่า ปลอดภัย และช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้อย่างมั่นคง" ในระยะยาวครับ
Tracking
LINE
Call